สักวันจะ "พร้อมหน้าพร้อมตา" อีกครั้ง ...จาก "พิม-พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์" |
|
|
|
|
Written by Administrator
Monday, 11 January 2010 02:20
|
?สอง คนพี่น้องอยู่กับคุณพ่อค่ะ เพราะคุณพ่อ คุณแม่แยกกันอยู่ตั้งนานแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาของครอบครัวเราเลย เพราะโดยส่วนตัวนั้น คิดอยู่เสมอว่า ถ้าการที่คนสองคนต้องอยู่ด้วยกัน แต่ไม่มีความสุข เราที่อยู่ในฐานะลูกก็จะพลอยไม่มีความสุขไปด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่ยึดติดกับเรื่องนี้ค่ะ แต่ถึงยังไงก็อยากภูมิใจและสามารถบอกกับทุกคนได้ว่า ครอบครัวของเรามีความอบอุ่นมาก แม้ว่าท่านจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ความรัก ความเข้าใจ และความอบอุ่นนั้น มันไม่ได้เลือนหายไปเลย?
|
พิม-พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ ดารานักแสดงที่ฝากผลงานไว้ในภาพยนตร์และละครเรื่องต่างๆ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เรื่องที่ทำให้เธอแจ้งเกิดบนถนนสายบันเทิงแหง่นี้ คงหนีไม่พ้นภาพยนตร์เรื่อง ?คืนบาปพรหมพิราม? ส่วนละครล่าสุดที่เพิ่งลาจอไปไม่นานก็คือ ?มงกุฎแสงจันทร์? ที่สวมบทบาทของ ?จตารี? นางโลมสุดเซ็กซี่ที่ดีก็ดีใจหาย ร้ายก็ร้ายสุดๆ ซึ่งค่อนข้างตรงข้ามกับในชีวิตจริงของเธอผู้นี้อย่างสิ้นเชิง ได้บอกเล่าถึงครอบครัวที่อาจไม่เหมือนคนทั่วไป แต่ก็มีความสุขได้ในสิ่งที่เป็นอยู่ ?คุณ พ่อ คุณแม่เลิกกันตั้งแต่เรายังเด็กมากเหมือนกัน เพราะจำได้ว่า ประมาณ 8 ขวบก็เห็นทะเลาะกันบ่อย มันก็บั่นทอนเราไปด้วย เพราะฉะนั้น การที่คนรักกันจะปรับเปลี่ยนสถานะไปเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงความเป็น ?มิตร?ที่ดีต่อกัน และยังคงเป็นคุณพ่อ คุณแม่ของลูกๆ เราก็ไม่ได้ยึดติดอะไร เข้าใจในธรรมชาติของคน ในทางกลับกันมันยังทำให้ลูกๆมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิมด้วยที่ไม่ต้องเห็นภาพ คุณพ่อ คุณแม่ทะเลาะกัน? ?พิมพ์พรรณ?กับการเป็นหัวหน้าครอบครัว หากย้อนเวลาก่อนที่พี่พิมหรือน้องพิมของแฟนละครทุกๆคนจะเข้าวงการนี้ เธอมีโอกาสได้ทำงานในฐานะพนักงานธนาคารอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งเธอเผยว่าไม่ว่าจะทำอะไร คุณพ่อ คุณแม่ย่อมให้เกียรติลูกในการตัดสินใจอยู่เสมอ ซึ่งการที่มีความเป็นตัวของตัวเองและรับผิดชอบทำให้ลูกสาวคนโตของ ?ครอบครัวชลายนคุปต์? สามารถคว้าใบปริญญาบัตร มหาบัณฑิตมาครอบสำเร็จ ?ไม่ว่าจะเรียน หรือทำงาน ก็จะเป็นคนตัดสินใจเองมาโดยตลอด ซึ่งท่านทั้งสองก็มักจะบอกว่า หากตัดสินใจเองแล้วก็ต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจทุกครั้ง ส่วนกำลังใจและพลังที่สำคัญนั้นมาจากที่อื่นเป็นไม่ได้ นอกจากบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิตอย่างคุณพ่อและคุณแม่ค่ะ? ?ช่วย คุณพ่อมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ เมื่อก่อนก็เลี้ยงน้อง ส่งน้องเรียน ทุกวันนี้เขาจบแล้ว เลี้ยงตัวเองได้แล้ว เราก็ดีใจ เข้าใจความรู้สึกของคุณพ่อ คุณแม่เลยว่า เหนื่อยแค่ไหน ทุกวันนี้ก็อยากให้คุณพ่อพักผ่อนเยอะๆ เพราะเราก็เป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว อยากตอบแทนคุณของท่าน ซึ่งครอบครัวที่ดีจะมีได้ก็ต่อเมื่อเราทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข? ในช่วงเวลาที่ดารามากฝีมือคนนี้บอกเล่าถึงครอบครัวของเธอนั้น เธอคงไม่ทราบหรอกว่า แววตาที่เป็นประกายกับน้ำเสียงที่นุ่มแต่มีน้ำหนักนั้น แสดงถึงความเข้มแข็งและมุ่งมั่นในสิ่งที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นลูกคนโตและ เป็นพี่ของน้องสาวอีกหนึ่งชีวิตจะทุ่มเททั้งกายและใจให้ทุกคนในครอบครัว อย่างเต็มที่ที่สุด ดังนั้น หากถามว่า ทั้งชีวิตที่ผ่านมา เคยทำให้คุณพ่อ คุณแม่เสียใจหรือน้อยใจในโชคชะตาบ้างหรือไม่ พิมเผยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยทำอะไรให้ท่านเสียใจเลย และไม่เคยน้อยใจด้วย อาจมีท้อบ้าง แต่ไม่เคยถอยแล้วเลิกล้ม เพราะเราคือหัวหน้าครอบครัว ?เวลา มีปัญหาอะไร มักจะเล่าให้เพื่อนฟังมากกว่าคุณพ่อ เพราะทุกครั้งที่บอกคุณพ่อ ท่านก็จะเครียดและทุกข์ไปกับเรา ซึ่งทุกข์ของท่าน คือทุกข์เรื่องลูก ดังนั้นเมื่อท่านทุกข์ ก็จะทุกข์มากกว่า และในที่สุด คนที่ปลอบก็คือเราเอง?
|
และมาจนถึงวันนี้ วันที่ลูกสาวของคุณพ่อ คุณแม่คนนี้มีหน้าที่การงานทั้งสายบันเทิงและธุรกิจของตนเอง (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคุมน้ำหนัก fatis) สำหรับคนอื่นอาจคิดว่าการที่คนเราประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานนั้น นับว่าเป็นชีวิตที่สมบูรณ์แล้ว ทว่า สำหรับเธอคนนี้ มีอีกสิ่งหนึ่งที่เธอยังคงรอให้ถึงวันนั้นเร็วๆ นั่นก็คือการที่ให้คุณพ่อและคุณแม่ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีก ครั้งหนึ่ง แม้ว่าเธอจะเป็นคนหาเพื่อนคู่ใจคนใหม่ให้คุณพ่อด้วยตัวเอง และคุณแม่จะมีครอบครัวใหม่แล้วก็ตาม ?พิมหา แฟนใหม่ให้คุณพ่อด้วยนะ เพราะกลัวคุณพ่อเหงา ส่วนคุณแม่ก็มีครอบครัวใหม่ แต่ท่านทั้งสองก็ยังผูกพันกันเหมือนเดิม เราก็เลยคิดว่า น่าจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีก และท่านทั้งสองก็เห็นตรงกัน อาจเป็นลักษณะที่ว่า ย้ายมาอยู่ใกล้ๆกัน หลังคาติดกัน หรือไปมาหาสู่กันง่ายขึ้น? ถึงคุณพ่อ คุณแม่ ณ ตอนนี้ เชื่อว่า หากท่านทั้งสองมองดูลูกสาวคนนี้ แน่นอนว่า ท่านคงภูมิใจกับสิ่งที่ลูกเป็นจนไม่สามารถอธิบายได้ เพราะจากคำบอกเล่าข้างต้นจนถึงบรรทัดนี้ ความเป็น ?พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์? จะดีไม่ได้หากไม่มีผู้ให้ชีวิต ทั้งนี้ อย่างที่เธอบอกไว้ว่า ?แม้ว่าท่านจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ความรัก ความเข้าใจ และความอบอุ่นนั้น มันไม่ได้เลือนหายไปเลย? เธอจึงอยากฝากไปถึงทุกๆคนว่า ?อยาก ให้ทุกคนเข้าใจคุณพ่อคุณแม่ว่า การที่ท่านต้องแยกกันอยู่ มันไม่ได้หมายความว่า ท่านไม่รักเรา แต่ให้มองว่าเพราะท่านรัก ท่านจึงมีเหตุผลของท่าน เราต้องเข้าใจและรับความจริง อย่าเอาแต่ใจตัวเอง? ทางด้านคุณพ่อและคุณแม่ เธออยากฝากปิดท้ายว่า ไม่อยากให้กังวลอะไรแล้ว อยากให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุด ?ตอนเด็กๆคุณแม่มักจะสอนให้พิมรักน้อง ดูแลน้อง ส่วนตอนเข้าวงการบันเทิง คุณพ่อจะให้สติเสมอ และบอกว่า งานนี้อาจไม่มั่นคง...แต่ในวันนี้พิมมีธุรกิจ มีหน้าที่การงาน และไม่เคยบอกพร่องเรื่องครอบครัว ก็เพราอยากตอบแทนคุณพ่อและคุณแม่? ?พิมอ ยากบอกคุณพ่อและคุณแม่ว่า ไม่ต้องกังวลกับอนาคตที่จะเกิดขึ้นนะคะ ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น จะเป็นยัง ลูกคนนี้จะผ่านพ้นไปให้ได้ และทำได้อยู่แล้วค่ะ ขอให้คุณพ่อ คุณแม่สบายใจได้ค่ะ...แล้วอีกไม่นานเราก็จะได้กลับมาอยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น พร้อมกัน 4 คน พ่อ แม่ และลูกๆนะคะ...?จาก ลูกสาวของคุณพ่อ คุณแม่ค่ะ? ?พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์? |
|