คมวาทะเจ้าสัว แนะนำครอบครัวยุค 2009

PDF Print E-mail
Written by Administrator    Friday, 04 December 2009 05:22
Article Index
คมวาทะเจ้าสัว แนะนำครอบครัวยุค 2009
Next
All Pages

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบัน มีพ่อแม่จำนวนมากที่ต้องการฝึกลูกให้เป็นคนเก่ง มีความเป็นผู้นำสูง มีศักยภาพเป็นเลิศในหลาย ๆ ด้าน ตลอดจนผลักดันให้ลูก ๆ เข้าศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโดยตรงจากสถาบันชั้นนำ ฯลฯ ด้วยความหวังว่า วันหนึ่ง ด้วยความรู้ความสามารถที่ลูกมี อาจทำให้เขามีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้นำในส่วนงานต่าง ๆ ขององค์กรยักษ์ใหญ่ นำรายได้ ชื่อเสียง และความก้าวหน้ามาสู่ครอบครัว หรือไม่ก็สามารถกลับมาเป็นผู้บริหารในองค์กรของครอบครัว ที่จะนำพาให้ธุรกิจของครอบครัวเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไปได้

คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ซีอีโอ บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหาร 7-11 และผู้เขียนหนังสือ "CEO กับความรัก


อย่างไรก็ดี หากหันมามองรูปแบบ วิธีการอบรมเลี้ยงดูลูกของหลายครอบครัวในยุคนี้แล้ว ในฐานะของผู้บริหารที่มีประสบการณ์อันยาวนานในองค์กรขนาดใหญ่อย่าง "คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์" ซีอีโอ บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหาร 7-11 และผู้เขียนหนังสือ "CEO กับความรัก" กลับมองต่างออกไป โดยคุณก่อศักดิ์ให้ความเห็นถึงศักยภาพของเด็กไทยในปัจจุบันว่า

"มีเสียงบ่นมากมายว่าเด็กไทยเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เรียนจนจบปริญญาแต่ขาดวุฒิภาวะ ต้องเป็นภาระของบุพการีไม่มีวันสิ้นสุด บริษัทห้างร้านทั่วไปก็หนักใจ เมื่อได้นักศึกษาจบใหม่มาร่วมงานด้วย เพราะเด็กเหล่านี้ คิดไม่เป็นทำไม่เป็น จนอยากจะให้ฉายาว่า "บัณฑิตกระดาษเปล่า" ที่ต้องสอนงานอย่างอดทน และบ่อยครั้งก็กลายเป็นสอนฟรี เพราะส่วนหนึ่งปรับตัวไม่ได้ ไขก๊อกลาออกไป อีกส่วนหนึ่งปรับได้ แต่ถูกที่อื่นมาชุบมือเปิบ ฉกตัวไป จนผู้ฝึกอิดหนาระอาใจไปตาม ๆ กัน"

"เหตุผล ส่วนหนึ่งเพราะพ่อแม่ในประเทศเราพะเน้าพะนอลูกจนเสียคน ตัวเองยอมอดทนแบกภาระหนักอึ้ง แต่ไม่ยอมให้ลูกได้เรียนรู้ความยากลำบากเพื่อฝึกฝนพัฒนาตนเอง สังคมของเราจึงเต็มไปด้วยเด็กที่เลี้ยงไม่โต เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ หลงระเริงอยู่กับความสนุก แสวงหาแต่ความสุขสบายโดยไม่ลงทุนลงแรง พอโตขึ้นก็อยากจะรวยทางลัดง่าย ๆ จากการพนัน ม้า มวย หวย บอล คนเป็นข้าราชการก็หวังแต่จะนั่งในตำแหน่งสำคัญ ๆ เพราะเชื่อว่าจะมีบรรดาพ่อค้ามาคอยถวาย "เครื่องเซ่น" เพื่อให้ช่วยอำนวยความสะดวกแก่พวกเขา บ้านเมืองที่มีแต่ประชาชนอ่อนแอเช่นนี้ จะอยู่รอดได้อย่างไรในโลกที่เต็มไปด้วยวิกฤตรอบด้าน"

แม้ว่าในปัจจุบัน อาจยังไม่มีสูตรสำเร็จว่า การพัฒนาความเป็นผู้นำให้กับลูกในแนวทางที่เหมาะสมนั้นควรเป็นเช่นไร อีกทั้งมีหลายโรงเรียน หลายมหาวิทยาลัยต่างยกหลักสูตรการพัฒนาความเป็นผู้นำของสถาบันตนเองว่าเป็น สิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสมกับเด็กยุคใหม่ แต่ในมุมมองของซีอีโอที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมายาวนาน คุณก่อศักดิ์ให้คำแนะนำว่า

"จะ เรียนก็ต้องดูว่าเรียนมาจากสำนักไหน ถ้าเรียนมาในสำนักที่สอนให้เน้นกำไรสูงสุดแบบตะวันตก ก็ต้องพิจารณาดูว่าเดี๋ยวนี้แนวคิดแบบตะวันตกมีปัญหาเยอะแยะ และเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุของภาวะวิกฤตโลก ถ้าเราเรียนการบริหารในเชิงของคนเอเชียด้วยกัน มันจะมีการบริหารแบบที่เข้าอกเข้าใจกัน เห็นอกเห็นใจกัน ไม่ใช่ใช้วิธีบีบบังคับกัน อย่างกับทาสกับนายทาส"

"อีกทั้งคนจะเป็นผู้นำ เป็นผู้บริหาร จะต้องทำประโยชน์ให้กับสังคม องค์กรหรือส่วนงานที่ตัวเองนำอยู่ถึงจะยั่งยืน ไม่ใช่ซีอีโอแบบที่ทำตัวเลขสวย ๆ เพื่อให้ตัวเองอยู่ได้ครบวาระ หลังจากนั้นองค์กรจะล้ม จะเป็นอย่างไรไม่ต้องไปสนใจ คนที่คิดอย่างนั้นก็คือคนที่คิดอย่างเห็นแก่ตัว"

พร้อมกันนี้ คุณก่อศักดิ์ยังได้ยกตัวอย่างที่น่าประทับใจของหญิงคนหนึ่งที่มีลูก 3 คน และต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อิสราเอล ซึ่งเรื่องราวของเธอได้ปรากฏอยู่ในหนังสือ CEO กับความรักด้วย ดังนี้...

....เธอเป็นหญิงลูกครึ่งจีน (แม่) -อิสราเอล (พ่อ) ผู้ต้องสูญเสียสามี และต้องเลี้ยงลูก 3 คนเพียงลำพังด้วยการทำงานในโรงงาน การมีชีวิตอยู่ในเซี่ยงไฮ้จึงเป็นชีวิตที่น่าเจ็บปวดสำหรับแม่เลี้ยงเดี่ยว ท่านนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นในวันหนึ่งที่จีนกับอิสราเอลเร่ิมต้นความสัมพันธ์ทางการทูต ทำให้เธอตัดสินใจเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศอิสราเอล พยายามฝึกภาษาฮิบรู และหาเงิน เพื่อจะได้ตั้งตัวและรับลูก ๆ มาอยู่กับเธอได้โดยเร็วที่สุด

เธอ เปิดร้านเปาะเปี๊ยะทอดจนพอตั้งตัวได้ จากนั้นก็รับลูก ๆ มาอยู่ด้วย โดยเธอพยายามเป็นคุณแม่ตัวอย่างตามแบบฉบับของชาวจีน เช้าก็ไปส่งลูก ๆ ที่โรงเรียน ระหว่างวันเธอก็ขายเปาะเปี๊ยะ ยามลูกเลิกเรียนมาหาที่แผงขายเปาะเปี๊ยะ เธอก็จะหยุดขาย และทำบะหมี่เกี๊ยวให้ลูก ๆ ทาน แต่การเลี้ยงลูกแบบนี้ ทำให้เธอถูกเพื่อนบ้านตำหนิติเตียนไม่น้อย โดยในวันหนึ่งขณะที่ลูกทั้ง 3 กำลังนั่งล้อมรอบเตารอแม่ทำกับข้าวอยู่ เพื่อนบ้านก็เข้ามาสั่งสอนลูกชายคนโตว่า เธอเป็นเด็กโต ๆ แล้ว ควรจะรู้จักช่วยแม่ ไม่ใช่คอยดูแม่วุ่นอยู่ ส่วนตัวเองก็ทำตัวเหมือนขยะไร้ประโยชน์

จากนั้นเพื่อนบ้านก็หันมาตำหนิผู้เป็นแม่ด้วยว่า "อย่าเอาการสั่งสอนสไตล์จีนที่ล้าหลังมาใช้ที่อิสราเอล และอย่าคิดว่าคลอดลูกออกมาแล้วจะเป็นแม่คน" ซึ่งคำพูดเหล่านั้นทำร้ายจิตใจหญิงชาวจีนผู้นี้เป็นอย่างมาก เธอพยายามบอกกับลูก ๆ ว่าเธอยังดูแลพวกเขาไหว แต่ในจุดนั้น ลูก ๆ กลับบอกเธอว่า สิ่งที่เพื่อนบ้านพูดคงไม่ผิด และอยากเป็นฝ่ายช่วยเหลือแม่บ้าง



 
You are here: Home Health Family คมวาทะเจ้าสัว แนะนำครอบครัวยุค 2009