เทคนิคพ่อแม่ 'เตรียมพร้อม-รับมือ' เมื่อลูกเข้าเรียนป.1

PDF Print E-mail
Written by Administrator    Wednesday, 02 December 2009 03:47

คง จะปฏิเสธไม่ได้ว่า รอยต่อระหว่างช่วงชั้นอนุบาล กับประถมศึกษาของเด็ก ถือว่าเป็นรอยต่อสำคัญ ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งรับ และเตรียมตัวลูกให้พร้อมกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อช่วยให้เด็กมีการปรับตัว และพร้อมที่จะเรียนรู้กับการเรียนในช่วงชั้นต่อไปได้อย่างเต็มที่

กับความสำคัญของรอยต่อข้างต้น "ดร.วรนาท รักสกุลไทย" ผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยาแผนกอนุบาล และกรรมการวิชาการ สมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวในงาน Modern mom on Tour 2009 ว่า ช่วงรอยต่อระหว่างอนุบาล กับประถม ถือเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องรับมือ และตั้งรับให้พร้อม เพราะเป็นช่วงที่เด็กต้องเปลี่ยนทั้งครู เพื่อน และโรงเรียนใหม่ ถ้าเตรียมพร้อมให้แก่ลูกไม่ดี เด็กอาจปรับตัว และเรียนในช่วงชั้นต่อไปได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

อย่าง ไรก็ดี การเตรียมพร้อมนั้น ไม่ใช่เตรียมพร้อมเฉพาะด้านเนื้อหาให้ลูกเพียงอย่างเดียว แต่ควรเตรียมพร้อมในเรื่องทักษะความเป็นมนุษย์ด้วย เช่น การช่วยเหลือตัวเอง การเอื้อเฟื้อแบ่งปัน เป็นต้น

"พ่อ แม่บางคนเร่งให้ลูกอ่าน เขียนเร็วเกินไป ซึ่งเรื่องนี้ คุณครูประถมเขาฝากบอกมาว่า มันเป็นหน้าที่ของเขา ที่จะสอนอ่านเขียน หรือการบวกลบเลข เนื่องจากเป็นหลักสูตรป.1 และเป็นการดี ที่จะได้สอนวิธีคิดที่ถูกต้องเข้าไป เพราะไม่เช่นนั้น เด็กที่เรียนรู้เร็ว จะเบื่อ และไม่อยากเรียนได้ เพราะคิดว่า อ่านออก เขียนได้แล้ว" ดร.วรนาทกล่าว

*** ทราบได้อย่างไร? เมื่อลูกพร้อมเข้าเรียนป.1

มีพ่อแม่บางคนถามว่า จะทราบได้อย่างไร ว่าลูกพร้อมที่จะเข้าป.1 กับประเด็นนี้ "ดร.วรนาท" บอกว่า ลูกจะต้องมีความพร้อมด้านร่างกาย เช่น ลูกสามารถเดินต่อเท้า ถอยหลังได้โดยไม่เซ เพื่อดูความพร้อมด้านการทรงตัว และการประคองตัวไม่ให้ล้ม รวมไปถึงกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ต้องทำงานได้ดีเช่นกัน เช่น การจับดินสอ การจับกรรไกรตัดกระดาษ สามารถตัดตามเส้นประได้ดีหรือไม่

ในด้านของสมองนั้น เตรียมพร้อมได้ ด้วยการเล่นกับลูกบ่อยๆ เช่น เล่นตัวต่อบล็อกกับลูก ฝึกการมองแบบสังเกต และมองภาพได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ขณะที่ทำกิจกรรม ควรพูดแลกเปลี่ยนกับลูกไปด้วย เช่น "ตอน นี้แม่กำลังทำอาหารนะลูก แม่จะเอาอาหารไปอุ่นในเครื่องอบ แม่เปิดแล้วนะ โดยแม่ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที อาหารก็จะสุก และกินกันได้" เพราะการพูด และสอนไปพร้อมกัน ช่วยให้เด็กเห็นภาพ และเรียนรู้ได้เร็ว ถึงแม้ว่าบางคำยังเข้าใจได้ไม่ดีก็ตาม

อย่าง ไรก็ดี ดร.วรนาท กล่าวเสริมว่า ก่อนส่งลูกเข้าเรียนชั้นป.1 คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปตรวจสุขภาพตา ฟัน และหูเป็นประจำทุกๆ ปี เพื่อป้องกันความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เช่น ตาสั้น ยาว เอียง รวมไปถึงเด็กส่วนใหญ่มักเกิดปัญหาเรื่องตาขี้เกียจ หรือทำงานข้างเดียวกัน บ่อย หรือแม้กระทั่งตาบอดสี ซึ่งเป็นเรื่องที่พ่อแม่ไม่ควรละเลย

สำหรับ การเลือกโรงเรียนนั้น "ดร.วรนาท" ให้คำแนะนำว่า ควรเข้าไปสำรวจ ศึกษาข้อมูลของโรงเรียนนั้นๆ ด้วยตัวเอง โดยเข้าไปดูตัวหลักสูตร และกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดการสอนในแต่ละรายวิชา เพื่อให้สอดรับการเรียนของลูก เช่น ถ้าลูกสนใจด้านศิลปะเป็นพิเศษ ตัวหลักสูตรของโรงเรียนมีการสนับสนุนเรื่องนี้ดีพอหรือไม่

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

*** เทคนิครับมือ เมื่อลูกเข้าเรียนชั้นป.1

ในส่วนนี้ ดร.วรนาท ให้แนวทางเป็นข้อๆ ไว้สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกจะเข้าเรียนชั้นป.1 อย่างน่าสนใจ ว่า

- การที่ลูกต้องเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่ ถือเป็นเรื่องท้าท้าย คุณพ่อคุณแม่ต้องให้กำลังใจ และไปส่งลูกที่เรียน หรือถ้ามีเวลา ควรเข้าไปคุยกับครู หรือเพื่อนของลูกที่โรงเรียนด้วย

เช่น เอากล้องไปถ่ายรูปลูกกับเพื่อนๆ ของลูกที่โรงเรียน แล้วเอามาขึ้นหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บ้าน จากนั้นถามลูกว่า เพื่อนคนนี้ ชื่ออะไร นิสัยเป็นอย่างไร ซึ่งวิธีนี้ จะช่วยให้เด็กไม่กลัวที่จะเรียน และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมห้อง

- พ่อแม่ต้องเตรียมใจ และเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง จากที่เคยช่วยเหลือลูกในทุกๆ เรื่อง เช่น ใส่เสื้อผ้า รองเท้า หรือช่วยลูกทำการบ้าน ขอให้ปรับ และเปลี่ยนมาเป็นการฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเองแทน

- ฝึกวินัยให้แก่ลูก เช่น ฝึกการรอคอย และรอคิวให้เป็น เวลาไปกินอาหารนอกบ้าน ควรสอนให้ลูกรู้เข้าแถวสั่งอาหาร เพราะโรงเรียนประถม เด็กต้องเดินไปต่อแถวรับคิวซื้อข้าวที่ร้านด้วยตัวเอง

- หมั่นพูดคุยกับลูกอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยให้เข้าใจ และจับความคิดของลูกได้ดี เช่น คิดดี หรือคิดไม่ดี เพราะบางอย่างลูกติดกับวัตถุมากเกินไป หรือตามเพื่อน ดังนั้นการคุยกับลูก พ่อแม่จะช่วยชี้แนะ และอธิบายให้ลูกเข้าใจถึงเหตุผลที่ถูกต้องได้

- พูดทางบวก หรือชมเชยให้ลูกฟังบ่อยๆ เช่น "วันนี้ครูบอกพ่อกับแม่ว่า หนูเป็นเด็กน่ารัก ตั้งใจเขียนหนังสือดีมาก" หรือ "หนูทำเลขถูก 5 ข้อใน 10 ข้อ ถึงจะยังไม่ถูกหมดทุกข้อ แต่คุณแม่ดีใจนะ ที่หนูทำถูก 5 ข้อ" เป็นต้น ซึ่งการชมลูกให้ลูกได้ยินเป็นสิ่งสำคัญ ควรลบความคิดที่ว่า ชมลูกแล้วจะเหลิง แต่การชมต้องอยู่ในขอบเขต

จะ เห็นได้ว่า เมื่อลูกต้องเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่ ถือเป็นรอยต่อสำคัญ ที่พ่อแม่จะต้องเตรียมความพร้อม และรู้จักวิธีการรับมืออย่างถูกต้อง นั่นจะช่วยให้ลูกปรับตัว และเข้าใจสังคมใหม่ๆ ได้เร็ว และดียิ่งขึ้น ส่งผลให้สมองแห่งการเรียนรู้ของเด็กเปิดกว้าง พร้อมที่จะเปิดรับกับความรู้ใหม่ๆ ที่จะถูกป้อนเข้ามาได้อย่างมีความสุขต่อไป

จาก http://manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9520000146111

 
You are here: Home Health Family เทคนิคพ่อแม่ 'เตรียมพร้อม-รับมือ' เมื่อลูกเข้าเรียนป.1