*~"กาลามสูตร" ~*

PDF Print E-mail
Written by Administrator    Friday, 11 June 2010 10:28

ในอินเดียสมัยต้น พุทธกาล มีคณาจารย์ผู้สอนศาสนามากมายหลายคนในหลายลัทธิ คณาจารย์แต่ละคนนั้นย่อมกล่าวโฆษณาชวนเชื่อว่า ลัทธิคำสั่งสอนของตนเท่านั้น มีสาระ ถูกต้องจริง ในขณะเดียวกันก็กล่าวทับถมลัทธิศาสนาอื่นว่า ไม่มีสาระ ไม่ถูกต้อง

ชาวบ้าน ชาวเมืองทั่วไป ฟังแล้วก็งวยงงสงสัยว่า คำสั่งสอนของเจ้าลัทธิใด มีสาะ มีความถูกต้องกันแน่ วันหนึ่ง ได้ทราบว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่ เกสปุตตนิคม แคว้นโกศล จึงเข้าไปทูลถามความข้อนั้น

พระพุทธองค์ไม่ทรงอวดอ้างว่า คำสั่งสอนของพระองค์มีสาระถูกต้องดีที่สุด กลับตรัสให้ใช้เหตุผลพิจารณา อย่าเป็นคนเชื่อง่าย (หูเบา) โดยทรงเตือนไม่ให้เชื่อ ๑๐ ข้อ ตามพระพุทธดำรัสว่า

"กาลามชนทั้งหลาย เป็นการสมควรที่ท่านทั้งหลาย จะเคลือบแคลงสมควรที่จะสงสัย ความเคลือบแคลงสงสัยของพวกท่าน เกิดขึ้นในฐานะ (มีมูล) กาลามชนทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย

๑. อย่าปลงใจเชื่อทันที โดยการฟัง (เรียน) ตามกัน
๒. อย่าปลงใจเชื่อทันที โดยการถือสืบ ๆ กันมา
๓. อย่าปลงใจเชื่อทันที ตามข่าวลือ
๔. อย่าปลงใจเชื่อทันที โดยการอ้างตำรา (พระเวท)
๕. อย่าปลงใจเชื่อทันที โดยการเดาเอาเอง
๖. อย่าปลงใจเชื่อทันที โดยการอนุมาน (คาดคะเน)
๗. อย่าปลงใจเชื่อทันที โดยการตรึกตามอาการ
๗. อย่าปลงใจเชื่อทันที โดยพอใจว่า ชอบแต่ความเห็นของตน
๙. อย่าปลงใจเชื่อทันที เพราะนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา"

(อัง.ติก.๒๐/๒๔๓)


แต่ละข้อ เป็นข้อมูลพิจารณา เราต้องนำมาพิจารณาด้วย ไม่ใช่ปฏิเสธไม่รับฟังเสียเลย แต่ก่อนจะปลงใจเชื่อ ทรงสอนให้พิจารณาพิสูจน์ให้แน่แท้ด้วยเหตุผล แล้วรู้ได้ด้วยตนเอง

 
You are here: Home ศาสนา พุทธศาสนา *~"กาลามสูตร" ~*